|
โรงเรียนเจ้าปัญหา (นี่หรือการเปลี่ยนแปลง)
เปิดเทอมปีการศึกษา 2007-2008
เปิดเทอมมาวันแรก
เด็ก ๆ ตื่นแต้นได้ไปโรงเรียน
หม่าม้าก็ตื่นเต้นเหมือนกัน
ช้านจะเจออะไรเปลี่ยนแปลงมั่งน้อ
นักเรียนยัง 20 กว่าคนเหมือนเดิม (โรงเรียนเปิดมาเป็นปีที่ 3 แล้ว)
ปีนี้ เด็ก Kindergarten ก็ยังเรียนรวมห้องกันอยู่
หม่าม้าก็เริ่มไม่พอใจละ
เบนซ์อยู่ K.2 แล้ว ควรได้เริ่มอะไรมั่งแล้ว ไม่ใช่เรียน ๆ เล่น ๆ ไปวัน ๆ
พูดจริง ๆ ปีที่แล้ว K.1 เบนซ์ยังจำ A-Z ไม่ได้เลย แต่จำ ก-ฮ ได้แฮะ
หม่าม้าเคยถามถึงหลักสูตร + หนังสือ
เค้าบอกเด็ก K. ไม่มีหนังสือค่ะ โอ๊ย งงค่ะ
ท้วงไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ปีนี้เปิดเทอม หม่าม้าเดินไปดูที่ห้องสต็อคหนังสือ
มันก็มีหนังสือนะ แต่ทำไมไม่เอามาให้เด็กเรียน
ครูประจำชั้นเด็ก K. ปีนี้เค้าบอกว่าเป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์
แต่ไหงดูเหมือนแขกจัง สำเนียงก็ออกแขก ๆ
เป็นจีเนียสด้วยนะคะ คุณแม่
เหอ เหอ จีเนียส ไม่จีเนียส ช้านไม่สน ขอแค่สอนลูกช้านได้ก็พอ
เท่าที่คุย ก็ไม่เห็นจีเนียสตรงไหนนิ
ส่วนครูผู้ช่วยก็เป็นครูฟิลิปปินส์
เกรด 1 ก็เรียนรวมกับเกรด 2
ครูประจำชั้นเป็นฟิลิปปินส์ค่ะ หุ หุ
(แต่ครูคนนี้สอนดีมาก สำเนียงออกฟิลิปปินส์นิดหน่อย)
น้องแบงค์ปีนี้เกรด 3 ก็เรียนรวมกับเกรด 4
ครูเป็นอเมริกัน คงจะกลัวหม่าม้าด่าให้
เลยเอาครูอเมริกันมาเอาใจ
ขอบอก หัวแดงคนเดียวในโรงเรียนเลยค่ะ
แต่คนนี้ล่ะค่ะ ที่ทำเราเจ็บแสบสุด ๆ ค่ะ
เกรด 5 เรียนกับเกรด 6
ครูเป็นคนมาเลเซีย ตี๋เชียว
แต่เค้าบอกว่าไปเรียนเมกามาเป็น 10 ปี
การันตีความเก่ง เหอ เหอ
หมดแล้วค่ะ ครูมีทั้งหมด 6 คน
(มีครูฟิลิปปินส์อีกคน สอนเลขค่ะ)
แจ๋วมั๊ยคะ การเปลี่ยนแปลงอย่างแรกที่เห็น
Native Speaker มีคนเดียว
นอกนั้นเป็นครูเอเชียหมดเลย
ผิดคำพูดอย่างแรง
ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงบอกว่า
ผมไม่สนใจเชื้อชาติ ผมดูที่คุณภาพ
ค่ะ คุณภาพที่เห็น ๆ มีอยู่คนเดียว ณ ตอนนั้น
ครูฟิลิปปินส์ที่สอนเกรด 1 เกรด 2
เพราะคนนี้เราได้สัมผัสแล้วปีนึง
เป็นคนที่สอนได้ดีมาก
(เหมือนอย่างที่คุณ notablenuch คอมเม้นต์ไว้ในหน้าที่แล้ว
ว่าครูไม่ Native ก็สอนได้ดี มีเทคนิคแพรวพราวนั่นล่ะค่ะ)
จริง ๆ ครู Native ที่มีคุณภาพก็มีเยอะแยะ
แต่โรงเรียนจะจ้าง หรือไม่จ้าง มันก็อยู่ที่โรงเรียนนั่นแหละ
ว่าจะรักษาคำพูดแค่ไหน
ช่วงแรกที่เปิดเทอม
เบนซ์ร้องไห้ทุกวัน ทั้ง ๆ ที่ปีที่แล้วไม่เคยร้อง
หม่าม้าก็เริ่มหาสาเหตุ
เบนซ์บอก เบนซ์ไม่ชอบ Teacher ผู้ชาย
อันนี้หม่าม้าช่วยอะไรเบนซ์ไม่ได้
แต่เท่าที่หม่าม้าดู Home Room Teacher
ไม่มีความสามารถในการสอนเด็ก K. เลย
สอนไม่รู้เรื่อง ดูแลเด็กเล็กไม่เป็น
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับครูผู้ช่วยหมด
T.A. ฟิลิปปินส์เลยรับบทหนัก
สอนเอง ทำเองทั้งหมด
โดยมี Home Room Teacher เป็นผู้ช่วยซะงั้น
หม่าม้าเคยบอกที่ออฟฟิศแล้ว
แต่คุณ Manager ก็ยังยืนยันว่าคนนี้เป็นจีเนียสค่ะ
สอนได้ค่ะ เค้าเคยสอนเด็กประถมค่ะ
(ก็สอนเด็กประถม ไม่เคยสอนเด็กอนุบาลนิ)
เฮ้อ .....
ของแบงค์ เรียนช่วงแรก ๆ
หม่าม้าก็เริ่มแหม่ง ๆ แล้ว
กลับมาบ้าน หม่าม้าถามแบงค์ว่า วันนี้เรียนอะไรมั่งครับ
แบงค์ตอบไม่ได้ ดูสมุดจดก็จดไม่รู้เรื่อง
แบงค์จดยังไม่เสร็จ ครูก็ลบไปซะแล้ว
แบงค์ยกมือบอกครูแล้ว ครูไม่ฟังด้วย
ก็ได้แต่บอกให้แบงค์จดให้เร็ว ๆ ทำอะไรให้เร็วขึ้น
ปรากฏ แบงค์เรียนไม่รู้เรื่องครับ
ครูที่สอนเกรด 5, 6 ก็มีสอนแบงค์ด้วย
แต่ก็สอนไม่รู้เรื่องเหมือนกัน
เรื่องครูสอนไม่รู้เรื่องเนี่ย
หม่าม้าก็เคยคุยกับ Manager แล้ว
คุยแรก ๆ เธอก็บอก คนนี้เก่งค่ะ เพื่อนของเค้าเอง
เค้าภาวนาอยากให้คนนี้เข้ามาสอนมาก ๆ
พูดแก้ตัวให้ทุกอย่าง แบบไม่รับความจริงว่าสอนไม่ได้เรื่อง
พอนาน ๆ เข้า
คราวนี้หม่าม้าไม่ไว้หน้าแล้ว
หม่าม้าเข้าไปพูดตรง ๆ เลยว่า
ที่คุณเก็บครูคนนี้ไว้เพราะเห็นว่าเป็นหัวแดงคนเดียวในโรงเรียนใช่มั๊ย
สอนก็ไม่ได้เรื่องเลยนะ
พวกที่เอาชื่อไปติดประกาศเชิญชวนไว้หน้าโรงเรียนแต่ละคน
ที่ว่าจบจากสถาบันนู้นนี้ที่เมกามาหน่ะ
สอนไม่ได้เรื่องเลยซักคน
เค้าก็บอกเลยว่า
คนนี้เค้าเก่งนะคะ แล้วโรงเรียนก็ไม่ได้จ้างมาถูก ๆ ด้วย
หม่าม้าก็เลยบอกว่า ถ้าจ้างมาแพงแล้วสอนไม่ได้เรื่อง
ก็ไม่สมควรจ้างค่ะ
(ที่ว่าสอนไม่ได้เรื่องเนี่ย ไม่ใช่หม่าม้าคนเดียวที่พูดนะคะ
เดี๋ยวจะนึกว่าหม่าม้ามีปัญหาส่วนตัวกับครูรึป่าว
ไม่มีค่ะ แต่พูดเพื่อลูกเราและส่วนรวม)
ช่วงใกล้ ๆ สอบมิดเทอมแรก
ก็มีครูฟิลิปปินส์เข้ามาอีกคน
เป็น Home Room Teacher ของเกรด 3
เท่ากับแบงค์ได้ Teacher ที่เป็นคนฟิลิปปินส์ซะแล้ว
แต่ทางออฟฟิศบอกว่า คนนี้สำเนียงดีค่ะ เป็นลูกครึ่ง อเมริกัน-ฟิลิปปินส์
เฮ้อ ท่าทางนโยบายโรงเรียนจะเปลี่ยนครูเป็นฟิลิปปินส์ทั้งหมดซะละม้าง
หลังจากที่แบงค์เรียนกับครูประจำชั้นฟิลิปปินส์แล้ว
ทุกอย่างก็ดีขึ้น ครูจบด้านจิตวิทยามาด้วย
ทำให้รู้จักเด็กแต่ละคนได้ดี
ทุกคนรักครูมาก
แบงค์ก็เรียนได้เข้าใจมากขึ้น
อืมมม ลืมเรื่องภาษาไทยไปสนิท
Semester แรก ไม่มีครูสอนภาษาไทยเลยค่ะ
ทางโรงเรียนให้เหตุผลว่าครูคนเดิมลาออก
หาใหม่ไม่ทัน
พอขึ้น Semester ที่สอง
ครูภาษาไทยคนใหม่ก็มา
เด็ก G.3 เรียน ก-ฮ ใหม่ ผสมสระง่าย ๆ เช่น สระ อา จะบร้ารึ
ปีที่แล้วยังเรียนเรียงประโยคแล้วเลย
หลักสูตรอยู่ที่ไหนกันเนี่ย
เริ่ม Semester 2
หลังจากครูประจำชั้นเบนซ์โดนผู้ปกครองบ่น
ก็โดนเด้งออกไป
โดยโรงเรียนบอกจะหาครูคนใหม่มาให้เร็วที่สุด
ตอนนี้ให้ครูผู้ช่วยดูแลไปก่อน หุ หุ
(จนเบนซ์ออกจากโรงเรียนยังหาครูไม่ได้เลยค่า)
ช่วงใกล้จบเทอมแรก
ผู้ปกครองก็ได้ข่าวว่า โรงเรียนหาผู้ร่วมทุน หรือ อาจจะขายโรงเรียน
ให้คนอื่นมาร่วมทุน หรือ Take over
เพราะขาดทุน 5555
ก็เปิดมา 3 ปี นักเรียนแค่นี้ก็ต้องขาดทุนเป็นธรรมดา
เคยเขียนไว้ตั้งแต่ตอนที่แล้วแล้วว่า ทำเลก็ดี ราคาก็โอเค
ถ้าเค้ายังคงมาตรฐานของโรงเรียนไว้ได้
มันก็คงมีเด็กเข้ามาเรื่อย ๆ
แต่นี่ เข้าแล้วก็ออก (แล้วเราทู่ซี้อยู่ได้ไงหว่า ความรู้สึกช้าจริง ๆ)
คนโทรมาถามรายละเอียดก็เยอะ
แต่พอเข้ามาชมโรงเรียนแล้วก็ร้องยี้กลับไปเกือบทุกราย
(เห็นครู เห็นการรวมห้อง ก็ไม่เอาแล้วล่ะ)
เรื่องนี้ผู้ปกครองเก่าแบบหม่าม้าถือว่าเป็นเรื่องซีเรียสนะ
แต่ผู้ปกครองใหม่ ๆ เค้าทำไมดูแล้วเหมือนไม่ตกใจกันเลย
คุยเรื่องโรงเรียนกันแป๊บเดียวก็เปลี่ยนหัวข้อเรื่องเป็นเรื่องจัดงานคริสมาสต์ซะแล้ว
ช่วงเดือนพฤศจิกายน
มีอยู่วันนึง หม่าม้าไปรับแบงค์กับเบนซ์ที่โรงเรียน
ครูประจำชั้นแบงค์เดินมาหาหม่าม้า พร้อมเอาสร้อยพระมาให้
พร้อมกับบอกหม่าม้าว่า เจ้าของโรงเรียนหนุ่มไม่ให้ใส่
โดยให้เหตุผลว่าเป็นจิวเวลรี่
ครูประจำชั้นแบงค์บอกว่า เค้ารู้ว่าสร้อยพระเนี่ย เราใส่เพราะเรานับถือ
เกี่ยวกับศาสนาของเรา ชาวพุทธส่วนใหญ่ทุกคนก็ใส่พระ
เค้ารู้ว่าต้องมีผลกับจิตใจเรา
แต่ขอว่า มาโรงเรียนให้ถอดออก แล้วกลับบ้านค่อยใส่
วันนั้นกลับบ้านมาเล่าให้ป่าป๊าฟัง
ป่าป๊าก็โมโหมาก
หม่าม้าก็โมโหนะ เรื่องอะไรช้านต้องถอด ๆ ใส่ ๆ สร้อยพระให้ลูกด้วย
ในเมื่อลูกก็ใส่กันมาตั้งแต่เล็ก
วันนั้นเบนซ์ไม่โดนถอด
ของแบงค์โดนถอด แต่กลับมาหม่าม้าก็จัดการใส่ให้แบงค์เหมือนเดิม
ก็สร้อยพระ ไม่ใช่จิวเวลรี่นี่นา
หลังจากนั้นเรื่องนี้ก็เงียบไป
เด็ก ๆ ใส่สร้อยไปโรงเรียน
ก็ไม่มีใครถอด
กลับมาซีเรียสเรื่องโรงเรียนกันอีกรอบ
คราวนี้ได้ข่าวว่าโรงเรียนจะปิดแล้ว
จะปิดเอากลาง ๆ ปีการศึกษาด้วยซ้ำ
เอาแล้วซิ อะไรของมานน้อ
ผู้ปกครองทุกคนเริ่มเดือดเนื้อร้อนใจ
ทางเจ้าของก็ออกมาพูดว่ายังไม่ปิด
แต่มีแนวโน้มว่าจะปิด ถ้าหาผู้ร่วมทุนไม่ได้
ก่อนที่แบงค์กับเบนซ์จะออก
หม่าม้ายังได้ข่าวว่าเจ้าของโรงเรียนยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะกับผู้ปกครอง
บอกว่าหาผู้ร่วมทุนได้แล้ว แล้วจะเปิดถึง G.12 ในปีหน้า
แต่เค้าไปพูดกับที่ประชุมครูว่ายังหาผู้ร่วมทุนไม่ได้ อาจจะต้องปิดโรงเรียน
(ณ ปัจจุบันได้ข่าวล่าสุดมาแล้วว่า โรงเรียนจะปิดแน่นอนปลายปีการศึกษานี้)
มาเข้าเรื่องปรี๊ดแตกสุด ๆ กันดีกว่า
เปิดเทอมสองมา ครูภาษาไทยออกอีกแล้ว
แล้วก็หาครูไม่ได้เลย จนเด็กไม่ได้เรียนภาษาไทย
อันนี้ยังไม่ปรี๊ดเท่าไหร่
มาเรื่องครูโรคจิตกัน อันนี้ปรี๊ดแน่ ๆ ค่ะ (ครูหัวแดงคนเดียวในโรงเรียนนั่นล่ะค่ะ)
วันนึง หม่าม้าไปรับพวกหนูหลังเลิกเรียน
ครูของเบนซ์บอกว่า สร้อยเบนซ์อยู่ในกระเป๋าพร้อมกับที่ผูกผม
เราก็นึกว่าตอนนอนเบนซ์รำคาญครูเลยถอดออก
พอแบงค์ลงมาจากห้อง
แบงค์ก็มาบอกว่าแบงค์โดนถอดสร้อย
(แต่หม่าม้าไม่ว่าอะไร เพราะสร้อยของแบงค์เป็นสร้อยแฟชั่น)
เท่านั้นล่ะ หม่าม้าก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เรื่องสร้อยพระกลับมาอีกแล้ว
เช้าอีกวันไปโรงเรียน
Manager เข้ามาคุยด้วย
แล้วก็เรียกครูโรคจิตเข้ามาคุย
ยังไงมานก็ยังยืนยันว่าเป็นจิวเวลรี่ ไอ้บร้าเอ๊ย
เลิกคุยเลยค่ะ คราวนี้โมโหเขียนเมล์ไปหาเจ้าของโรงเรียน
(เค้ากลับไปเกาหลี เดือนนึง)
เค้าบอกให้รอเค้ากลับมา
แต่รอได้ไงคะ เล่นมาถอดสร้อยพระจากคอลูกเราทุกวัน
ทั้ง ๆ ที่ชุดนักเรียนก็ปิดถึงคอ
ไม่สังเกตุกันจริง ๆ ไม่รู้เลยว่าเด็กใส่สร้อย
(สร้อยที่สองแสบใส่เป็นสร้อยเงินเส้นเล็ก ๆ แล้วก็มีพระองค์เล็ก ๆ ห้อยอยู่ค่ะ)
นี่มันเล่นจ้องเลยค่ะ ลูกเราเดินผ่านมันเมื่อไหร่ มันถอดเมื่อนั้น
ที่มันตามถอดอยู่ทุกวันเพราะมันพูดว่า
God ของมันมีองค์เดียว
เพราะฉะนั้นพระเราถือเป็น God ของเรา
มันไม่ให้ใส่ เหอ เหอ เอากะมันดิ
อันนี้มันเอาศาสนามาเกี่ยวข้องแล้วนะ
ไม่ใช่เรื่องจิวเวลรี่แล้วล่ะ
ลองอ่านเมล์นี้นะคะ
หม่าม้าเขียนไป แล้วเค้าตอบกลับมาว่าไง
Re: Buddha Necklace Problem in your California International School
From: "May God bless you"
Sent:
Wednesday, January 30, 2008 5:12:07 AM
To:
"Wachira Srisawatampai"
Dear Khun Wachira,
Greetings!
First of all, I'm very sorry that many people were involved in an unfortunate incident.
Especially, I'm very sorry that Bank and especially our little Benz were hurt by us.
As you have said, you do not have to wait for anything....or anyone...
I have talked with T. Daniel regarding this issue just now(Wednesday) regarding this issue.
We respect other people and their cultures.
Religion(Bhuddism) is a strong part of Thai culture and I respect that.
I would like to talk with you, K. Wachira, when I return to Thailand this weekend.
Please set aside some time for me on Monday, February 4th.
I would be very thankful.
Sincerely,
---- Original Message ----
From : Wachira Srisawatampai(wachiras@hotmail.com)
To :
Cc :
Sent : Sunday, Jan 27, 2008 11:15 PM
Subject : Buddha Necklace Problem in your California International School
Dear Sirs, I am Bank and Benz's Mom. And I think you've already known last week's problem about Bank and Benz's necklace. Khun Lek told me that I have to wait till you come back, that is about one week. I don't want to wait any more because my children were threatened by Teacher Daniel. I want to tell you in detail about this problem. Last Tuesday, I found Benz's necklace with small Buddha in her bag with her socks. I was very angry, you know, because we,Thai people who are Buddhist, always put our Buddha on the high place and not lower than our chest. I asked Benz what happened? and she told me that T. Daniel put her Buddha off. Suddenly, Bank came down from the 2nd floor while I was talking with Benz. He also told me that T. Daniel also put his necklace off and kept it with him. In Bank's case, it's not the problem, because I know that it's jewelry, I wore the fashion necklace with cross for him on Sunday and I forgot to put it off. So T.Daniel could take it. But in Benz's case, he has no right to do this, it's not jewelry, it has an important meaning to our heart. We give respect to our religion and Buddha is a sign of our God. It is usual that Buddhism put on necklace with Buddha. And all schools in Thailand (include Internation School) allow the students to wear this. That evening, after I came back from school, I called to school and Khun Lek picked up the call. I told her about this. And she told this to T.Mya and T.Arlyn to talk with T.Daniel. Next morning, Wednesday, I send Bank and Benz to school. Khun Jiab (as translator) and T.Daniel talked to me about this, no "Sorry" word came out from T.Daniel but "That was Jewelry". I told him that "No, it was not". He still confirmed "That was Jewelry". He also referred to your school letter in November that you said students couldn't wear jewelry. Was this Jewelry? So, I didn't want to talk with him anymore. (You know, on that day in November, Bank was taken the necklace with Buddha out. In the evening when I picked up Bank at his classroom, T.Mya said sorry to me. She told me not to put on the necklace for bank during school but let him put on the necklace at home. Why I had to do like this?) I decided not to tell this problem to Khun Pannee because I wanted to know how office gonna did with this problem. But in the evening, when I went to school to pick up my children. I found Bank talking with Khun Pannee. I asked her that how did you know this and she said that Bank told her. So we have a discussion. After we reached home, during our dinner, I asked Bank again about the day T.Daniel took his necklace. Bank told me that he unintentionally gave his necklace to T.Daniel but T.Daniel yelled at him "Give me" with very loud voice and he was the one who took the necklace out from Bank's neck. Bank also said that if he put on necklace on that Wednesday, T. Daniel would took it away again during his computer class. At that moment, Bank told that tomorrow, Thursday, Benz would have computer class with T.Daniel, and he also said if T.Daniel saw Benz wearing necklace, T.Daniel would also took it away. This made Benz cry, she told me "Mama, I wanted to take my necklace out". I asked her "Why?". She said with her tear, "I was afraid of T.Daniel". I was very angry and I decided to make a phone call to Khun Pannee again to tell her about this and she made an advice that I should not take on the necklace for Bank and Benz and wait for you to come back to deal with this problem. But I thought this was really a serious problem, why I had to take out the necklace. This was not jewelry. I didn't know how to do, I and my husband decided not to allow my children to go to school to avoid facing with this crazy guy. He gives respect to his religion, Christian. But he has to respect to other religion, Buddhism, too. On Thursday morning, T.Mya went to see Khun Lek at office and told Khun Lek that Bank didn't go to school. Khun Lek also checked Benz, Benz didn't go to school, too. So, they called me, they knew that because of this problem. T.Mya talked to me, she really cared my feeling, cared my children's feeling. She said if I felt better, please sent Bank and Benz to school. She would try to talk to T.Daniel about this. I called Khun Lek again about 11 a.m. told her to make an e-mail about this problem to you. And in the evening, she called me back that you told me to wait for you. I can't wait because my children have to learn with T.Daniel. So, I decide to write this e-mail to you by myself. Please do something. You know, T. Ray, why most of the schools don't allow their students to wear jewelry? That is because they afraid that it may be lost. But this is not jewelry, so don't worry, and we have right to put on our necklace with Buddha. So, please give respect to our religion, too. Yours Sincerely, Wachira
โอย เรื่องมานยาวจริง ๆ
มาต่อพรุ่งนี้นะคะ
รับรองต้องอึ้ง ทึ่ง ไปตาม ๆ กันค่ะ


Posted on Fri 2 May 2008 20:18 |
|