|
ผ่ามาราธอน
หลังจากที่พยาบาลเข็นหม่าม้าเข้าห้องผ่าตัด
เวลาตอนนั้นประมาณ บ่ายสามโมงครึ่ง
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกมาก
พยาบาลก็ถามว่าหนาวมั๊ยคะ
แล้วก็เอาผ้าห่มมาห่มเพิ่มให้
หม่าม้าเลยถามว่าทำไมต้องเปิดแอร์เย็นอย่างนี้
พยาบาลอธิบายว่าเนื่องจากพยาบาล และหมอต้องใส่เสื้อหลายชั้น
ถ้าไม่เปิดแอร์เย็น อาจมีเหงื่อซึ่งทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรียได้
เลยต้องเปิดเย็น ๆ (อืมม เพิ่งรู้)
แล้วพยาบาลก็เตรียมนู่นเตรียมนี่รอบ ๆ ตัวหม่าม้า
มีเอาสายมารัดตัว รัดข้อมือด้วยอ่ะ
ได้ยินพยาบาลโทรเรียกคุณหมอ
คุณหมอบอกพร้อมตั้งนานแล้ว
นั่งกินกาแฟรออยู่
หลังจากนั้นหม่าม้าก็ไม่รู้เรื่องอีกแล้ว
ตื่นมาอีกทีแบบเบลอ ๆ ก็ตอนที่พยาบาลกำลังดันตัวหม่าม้ามานอนเตียงที่ห้องนั่นแหละ
ได้ยินเสียงป่าป๊าคุยกับอากง อาม่า เฮียแบงค์
มองนาฬิกา ห้าทุ่มแล้วเหรอเนี่ย
ไม่มีแรงจะลืมตา ได้ยินแต่เสียงคุยกัน
แล้วอากง อาม่า ก็พาเฮียแบงค์ น้องเบนซ์ (หลับปุ๋ยไปแล้ว) กลับพัฒนาการ
ส่วนป่าป๊าก็นอนเฝ้าหม่าม้า
ประมาณเที่ยงคืน หม่าม้าก็เริ่มรู้สึกตัวมากขึ้น
แต่คุยไม่ได้ สายดูดเสมหะคาอยู่ในคอ ระคายคอมาก
พยาบาลมาวัดความดัน วัดไข้
หม่าม้าก็ชี้บอกให้เอาออกได้มั๊ย
พยาบาลบอกว่าไม่ได้ค่ะ ต้องให้คุณหมอมาดูก่อน
คืนนั้นหลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะพยาบาลเดินมาดูบ่อย ๆ
แต่ไม่ได้ปวดแผลมากนะ
ใกล้ ๆ เช้า หม่าม้าก็ไอ แล้วก็จะอ๊อก เพราะสายดูดเสมหะที่คาอยู่
มันทำให้ระคายคอ จนต้องกดเรียกพยาบาล
หม่าม้าไอ จนสายหลุดออกมาจากคอแล้ว
หม่าม้าเลยกัดสายเอาไว้ ไม่ให้มันหลุดเข้าไปใหม่
เพราะจะทำให้อ๊อกได้
พยาบาลเข้ามาดู แล้วก็เอาสายออกให้
โอ้วววว พระเจ้า จอร์ช มันยอดมากกก 55555
แหม น่าจะเอาออกไปตั้งนานแล้ว มาให้ทรมานอยู่ได้

เช้า ป่าป๊าเล่าให้ฟังว่า
เมื่อคืนอาม่านาวินรออยู่
อากงกับอากู๋ก็มาด้วย
ป่าป๊า ก็พาอากง อาม่าพัฒนาการ
แล้วก็น้องแบงค์ น้องเบนซ์มาตอนประมาณทุ่มนึง
นึกว่าหม่าม้าจะออกจากห้องผ่าตัดแล้ว
ปรากฏว่ายังผ่าไม่เสร็จ
ทุกคนก็รอ
แต่ทำไมผ่านานจัง
ทุกคนกระวนกระวาย
ป่าป๊าโทรไปถามพยาบาลเป็นระยะ ๆ
ได้คำตอบว่า ยังผ่าไม่เสร็จค่ะ
ประมาณสองทุ่ม
ป่าป๊า อาม่าพัฒนาการ อาม่านาวินก็ลงไปที่ห้องผ่าตัด
เปิดเข้าไปก็ไม่เจอใคร
ไม่รู้จะถามใคร
อาม่าทั้งสองก็กระวนกระวาย
แล้วก็พากันเดินไปไหว้ศาลพระภูมิหน้าโรงพยาบาลให้พระช่วยคุ้มครองหม่าม้า
ส่วนป่าป๊าก็คอยโทรถามตลอด
ประมาณสามทุ่ม
คุณหมอก็เดินออกจากห้องผ่าตัด
อาม่าก็รีบถามว่าเป็นยังไงมั่ง
หมอบอกผ่าเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
โอ้โห เกือบจะเน่าแล้ว
เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยคุยกันต่อนะครับ
(หมอคงเหนื่อย 5555)

เจ้านิ่วตัวการของความปวด
แล้วหม่าม้าก็ต้องอยู่ห้องดูอาการต่ออีก 2 ชั่วโมง
พออาม่านาวินเห็นว่าผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว
ไม่มีอะไรอันตรายแล้ว
ก็ขอตัวกลับบ้าน พร้อมอากง อากู๋ ก่อน
เพราะวันรุ่งขึ้นอาม่า กับอากงมีโปรแกรมไปเวียตนามกัน
(นี่ถ้าไม่มีโปรแกรมคงรอจนหม่าม้าเข้าห้องพักแน่)
ส่วนอากง อาม่า ป่าป๊า น้องแบงค์ น้องเบนซ์
ก็รอหม่าม้าอยู่ที่ห้อง
น้องเบนซ์รอจนหลับไปเลย
แต่น้องแบงค์ซิ รอหม่าม้าจนห้าทุ่มเลย
หม่าม้าได้ยินเสียงน้องแบงค์ตอนหม่าม้ามาถึงห้องด้วยนะ
ถามว่าหม่าม้าเป็นไงมั่ง น่ารักจัง
เช้า ป่าป๊ากลับไปเปิดร้าน
ประมาณแปดโมง คุณหมอก็เข้ามาดูอาการหม่าม้า
แล้วเล่าเรื่องผ่าตัดให้ฟัง
คุณหมอบอกว่า ผมนึกว่าเคสคุณจะเป็นเคสง่ายที่สุด
แต่กลับเป็นเคสยากที่สุดเลยนะเนี่ย
(เมื่อวานคุณหมอผ่า 4 เคสค่ะ เยอะเนอะ)
หมอบอกว่าถุงน้ำดีคุณอ่ะ จะเน่าอยู่แล้วนะ
มันบวมจนแข็งแล้ว
ตัวจับที่เป็นตัวหนีบ หนีบไม่อยู่เลย
หนีบแล้วก็หลุดอยู่ตลอด เพราะมันแข็งมาก
ผ่ายากมาก เลยใช้เวลานานมากเลย
นิ่วก็ก้อนใหญ่มาก เกือบ 2 เซ็นต์
เดี๋ยวไปดูในซีดีก็จะเห็น
หมอบอกว่าเห็นควัน เห็นน้ำอย่าตกใจนะ 555
วันนั้นหม่าม้าไม่ได้ลุกไปไหนเลย
เค้าต่อสายปัสสาวะด้วย
ไม่ต้องลุกไปห้องน้ำเอง
ถึงลุกก็ลุกไม่ไหวหรอก
ไม่มีตัวช่วย ป่าป๊าก็ไปทำงาน
หม่าม้าอยู่คนเดียวอ่ะ
กลัวเจ็บแผลด้วย
เลยนอนอย่างเดียว
หมอยังให้งดอาหารและน้ำอยู่
หมอบอกว่า "ตด" เมื่อไหร่แล้วค่อยให้ทานข้าว 555
ใครว่าได้น้ำเกลือแล้วอิ่มน้อ
ท้องหม่าม้ายังร้องครอก ครอก เลยนะ
บ่าย ๆ ก็เริ่มตดแล้ว 5555
วันนี้มีกายภาพบำบัดช่วงเช้าและช่วงบ่ายด้วย
ทำเพื่อให้ปอดขยาย
ฝึกวิธีหายใจให้ถูกต้อง
เช้าวันเสาร์
คุณหมอมาตรวจ "เป็นไงมั่งครับ คุณนาย"
(จึ๋ย เป็นคุณนายไปตั้งแต่มะไหร่ สงสัยเห็นกิน ๆ นอน ๆ เอิ๊กส์)
หมอถามว่า "ตด" รึยัง
หม่าม้าบอกว่า "ตด" แล้วค่ะ
หมอบอกพยาบาลว่า เห็นมั๊ย วันนี้ได้ทานข้าวกันหมดเลย
(หมอหมายถึงคนที่ผ่าพร้อม ๆ กัน)
หมอให้ทานอาหารอ่อน ๆ
ที่หมอบอกว่า "ตด" ก่อนถึงให้ทานอาหาร
เพราะว่าหลังผ่าตัด ท้องจะแน่น ลำไส้ยังไม่ทำงาน
ถ้าไม่ตด ท้องก็จะแน่น ทำให้เราทานอาหารไม่ลง
วันนี้ก็มีกายภาพอีก 2 รอบ
คราวนี้ไม่ฝึกหายใจอย่างเดียว
มีให้เดินด้วย
วันอาทิตย์
หมอมาตรวจแต่เช้าเลย ตีห้าครึ่ง
หม่าม้ากำลังงัวเงียเชียว
วันนี้ดีจัง ป่าป๊าไม่ต้องไปเปิดร้านเลยอยู่กับหม่าม้าได้
แผลไม่ปวดเท่าไหร่ แต่เวลาลุกนั่งเนี่ยยังกลัว ๆ อยู่ ยังเจ็บ ๆ
วันนี้พยาบาลเห็นมือข้างที่แทงเข็มน้ำเกลือบวม ๆ
เลยเอาสายน้ำเกลือออกให้
ตอนแรกบอกว่าถึงเวลาให้ยาก็ต้องเจาะหาเส้นใหม่
(อะจึ๋ย ไม่เจาะไม่ได้เหรอ หม่าม้านึกในใจนะ)
สักพัก พยาบาลบอกว่าคุณหมอสั่งเป็นยาเม็ดให้ทานแล้ว
ไม่ต้องเจาะหาเส้นแล้ว เย้ดีใจจัง จะได้ไม่เจ็บตัวอีก
งวดนี้โดนเข็มแทงจนมือ แขนจะพรุนแล้ว
กายภาพบำบัดเช้า กับบ่าย
วันนี้เดิน 3 รอบด้วย

คืนนี้นอกจากป่าป๊าจะนอนเฝ้าหม่าม้าแล้ว น้องแบงค์ น้องเบนซ์ก็มานอนด้วย
เพราะพรุ่งนี้โรงเรียนเปิดเทอมค่า ป่าป๊าจะได้ไปส่ง แล้วเลยไปร้านเลย
วันจันทร์
หมอให้เข็นหม่าม้าลงไปให้หมอดูแผล
วันนี้คุณหมอดึงสาย Drain ออกจากแผลใหญ่แล้ว
หมอบอกพรุ่งนี้ดูอีกที ถ้าแผลแห้งก็ให้ออกได้
กายภาพบำบัดเช้า บ่าย วันนี้ เดินไปซะ 5 รอบเลย

ทานได้แต่อาหารอ่อน ๆ
บ่าย แผลชุ่มเลยครับท่าน เดินเยอะ
(ทั้งกายภาพ ทั้งเดินเข้าห้องน้ำ)
อังคาร 22 เม.ย. 51
คุณหมอมาดูแผลตอนเช้า
แกะแผลออกดู
ยังมีซึม ๆ อยู่
หมอบอก ออกพรุ่งนี้นะ
หม่าม้าต่อรอง ออกวันนี้ได้มั๊ยคะ
หมอบอกว่า ก็ได้นะ
เย้ เย้ ดีใจจัง
หมอบอกว่า ถ้าแผลยังซึมอยู่ ก็ทำเองก็ได้
หรือจะมาโรงพยาบาลทำแผลก็ได้
ซักพัก พยาบาลก็มาทำแผลให้
หม่าม้าก็ถามวิธีทำแผล
ก็ง่าย ๆ พยาบาลบอกว่าเป็นแผลดีค่ะ ไม่ใช่แผลติดเชื้อ
ทำแผลเองก็ได้ ง่ายค่ะ
แล้วพยาบาลก็ลองให้หม่าม้าทำแผลดู
วันนั้น หม่าม้าก็นั่ง ๆ นอน ๆ รอป่าป๊ามารับ
ฝ่ายการเงินก็เคลียร์ค่าใช้จ่ายไว้ให้
หม่าม้าเช็คค่าใช้จ่ายแล้ว ตะลึง ตึง ตึง ตึง ตึง 5555
(จริง ๆ ก็ตะลึงตั้งแต่วันแรกแล้วแหละ)
เย็น ป่าป๊า น้องแบงค์ น้องเบนซ์ ก็มารับ
เย้ ได้ออกแล้ว
6 วัน 5 คืน กับประสบการณ์ผ่าตัดถุงน้ำดี

วิวจากห้องที่โรงพยาบาล
ก่อนออกป่าป๊าก็เอาพวงมาลัยไปไหว้ศาลพระภูมิที่อาม่าไปบนไว้ด้วย
ลืมบอกไป หม่าม้าผ่าตัดแบบส่องกล้อง
หมอจะเจาะท้อง 4 รู
แผลเล็ก เจ็บนิดเดียว ใช้เวลาพักฟื้นน้อย
อย่างที่เค้าโฆษณาอยู่นั่นแหละ
ถามว่าแผลเล็กมั๊ย เล็กนะ มองไม่ค่อยออก ไม่ต้องเย็บแผลเลย
เจ็บมั๊ย วันแรก ๆ ก็ไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่แล้ว
เจ็บก็เฉพาะเวลาลุกนั่งหรือลงนอนเท่านั้น
ส่วนตอนนี้ออกมาได้เกือบอาทิตย์แล้ว สบาย จนบางทีลืมตัว เดินเยอะจนเหนื่อย
ใช้เวลาพักฟื้นน้อย ก็น่าจะจริง แต่ก็ควรพักผ่อนเยอะ ๆ แหละเนอะ
(หาเรื่องอู้งานซะเลย 555)
จากบทเรียนข้างบนนี้ สอนให้รู้ว่า
อย่ากินของมัน ๆ เพราะจะทำให้เป็นนิ่วในถุงน้ำดี
ที่สำคัญ
ต้องหัดทำประกันไว้ซะบ้าง อย่างกเกินไป 555


Posted on Sun 27 Apr 2008 18:44 |
|